English French German Italian Portuguese Russian Spanish

พระปิลินทวัจฉเถระ

พุทธประวัติ

ชาติภูมิ

ท่านพระปิลินทวัจฉะ บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ วัจฉโคตร ท่านชื่อว่า ปิลินทะเรียกชื่อรวมเข้ากับโคตรด้วยว่า ปิลินทวัจฉะ เมื่อเจริญวัยแล้ว บังเกิดศรัทธาแก่กล้า ได้บรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา ครั้นได้อุปสมบทเป็นภิกษุแล้ว ไม่ประมาท อุตส่าห์บำเพ็ญเพียรในวิปัสสนากรรมฐาน ไม่นานก็สำเร็จพระอรหัตผล เป็นพระอเสขบุคคลในพระพุทธศาสนา ครั้นเมื่อพระบรมศาสดาเสด็จประทับอยู่ในพระเวฬุวันมหาวิหาร อันเป็นกลันทกนิวาปสถาน (สถานที่ให้เหยื่อแก่กระแต) ในกรุงราชคฤห์ฯ ครั้งนั้นท่านปิลินทวัจฉะร้องเรียกภิกษุทั้งหลายด้วยวาทะว่า วสล ซึ่งแปลว่า เป็นคนถ่อย อันเป็นคำหยาบคาย พวกภิกษุทั้งหลายเป็นอันมาก จึงพากันเข้ากราบทูลเนื้อความนั้นแก่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ทรงรับสั่งให้ภิกษุรูปหนึ่งไปเรียกตัวเข้ามาเฝ้า ครั้นพระปิลินทวัจฉะเข้ามาเฝ้าแล้ว ทรงรับสั่งถาม ดูกรปิลินทวัจฉะ ฉันได้ทราบข่าวว่า เธอร้องเรียกพวกภิกษุด้วยวาทะว่า วสล จริงหรือ? จึงกราบทูลว่า จริงอย่างนั้นพระพุทธเจ้าข้าฯ ครั้งนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงนึกถึงบุพเพสันนิวาสของท่านพระปิลินทวัจฉะแล้ว ตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธออย่ายกโทษปิลินทวัจฉภิกษุเลย เธอมิได้โทษโกรธแค้นเรียกร้องพวกเธอด้วยวาทะว่า วสล ดอก ปิลินทวัจฉภิกษุนี้ เคยถือกำเนินเกิดในตระกูลพราหมณ์มาแล้วห้าร้อยชาติ เธอก็เคยมีวาทะว่า วสลมาแล้วสิ้นกาลช้านาน เพราะเหตุนั้น เธอจึงร้องเรียกภิกษุทั้งหลายด้วยวาทะเช่นนั้นฯ

เอตทัคคะ

ครั้นกาลต่อมา ท่านพระปิลินทวัจฉะ นั้นได้รับยกย่องจากพระบรมศาสดาว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้เป็นที่รักใคร่เจริญใจของเทพยดา ท่านดำรงชนมายุสังขารโดยสมควรแก่กาล ก็ดับขันธปรินิพพานฯ

 

ถาม - ตอบ