English French German Italian Portuguese Russian Spanish

พระโสณโกฬิวิสเถระ

พุทธประวัติ

ชาติภูมิ – เหตุแห่งการออกบวช

ท่าน พระโสณโกฬิวิสะ เป็นบุตรของอสุภเศรษฐี ในจำปานคร เมื่ออยู่ในครรภ์มารดาจนคลอด พวกชาวเมืองนำเครื่องบรรณาการมาให้แก่เศรษฐีเป็นอันมาก เมื่อคลอดแล้วมีผิวพรรณผุดผ่องงดงาม มารดาบิดาได้ขนานนามว่า โสณะ ส่วนโกฬิวิสะ เป็นชื่อแห่งโคตรฯ โสณเศรษฐีบุตรนั้นเป็นคนสุขุมาลชาติ มีโลมาที่ละเอียดอ่อนบังเกิดที่ฝ่าเท้าทั้งสอง ได้รับการบำรุงบำเรอจากมารดาบิดาเป็นอย่างดี เพราะบริบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติฯ ครั้นเมื่อพระบรมศาสดาเสด็จประทับอยู่ที่เขาคิชฌกูฏ แขวงกรุงราชคฤห์ พระเจ้าพิมพิสาร พระเจ้าแผ่นดินมคธ ใคร่จะขอทอดพระเนตรโลมาที่ฝ่าเท้าของโสณเศรษฐีบุตร จึงรับสั่งให้ไปเฝ้าพระบรมศาสดา โสณเศรษฐีบุตรพร้อมด้วยชาวบ้านประมาณแปดหมื่น ก็เข้าไปเฝ้าพระบรมศาสดาตามรับสั่งพระเจ้าพิมพิสาร ได้ฟังเทศนาอนุปุพพิกถาและอริยสัจสี่ ที่พระองค์ตรัสสอนชาวบ้าน ประมาณแปดหมื่นก็เกิดความเลื่อมใส ได้แสดงตนเป็นอุบาสก แล้วหลีกไป ส่วนโสณเศรษฐีบุตรเข้าไปกราบทูลแด่พระบรมศาสดาว่า ข้าพระพุทธเจ้าได้ฟังธรรมที่พระองค์ทรงแสดง เห็นว่าผู้ครองเรือนจะประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง ดุจสังข์ที่ขัดแล้วนั้นไม่ใช่จะทำได้โดยง่าย ข้าพระพุทธเจ้าอยากจะบวช ขอพระองค์จงโปรดให้ข้าพระพุทธเจ้าบวชเถิด พระบรมศาสดาทรงให้บวชตามประสงค์ฯ

ทำความเพียร

ครั้นโสณโกฬิวิสะบวชแล้ว ไปทำความเพียรอยู่ที่สีตวัน ทำความเพียรเกินขนาดเดินจงกรมไม่หยุด จนเท้าแตกก็ไม่ได้บรรลุธรรมพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่ง จึงมาดำริในใจว่า บรรดาสาวกของพระบรมศาสดาที่ปรารภความเพียรแล้ว เราก็เป็นคนหนึ่ง ถึงอย่างนั้นจิตของเราก็ยังไม่พ้นจากอาสวะทั้งปวงได้ สมบัติในตระกูลของเรายังมีอยู่ ถ้ากระไรเราจะสึกออกไปเสวยสมบัติและบำเพ็ญกุศลจะเป็นการดีกว่า ฝ่ายพระบรมศาสดาได้ทรงทราบว่า พระโสณโกฬิวิสะปรารภความเพียรเดินจงกรมจนเท้าแตกแล้วคิดเช่นนั้น จึงเสด็จไปถึงที่อยู่แห่งพระโสณโกฬิวิสะ ตรัสสอนให้ปรารภความเพียรแต่พอปานกลางไม่ยิ่งนักไม่หย่อนนัก ยกเปรียบเทียบด้วยสายพิณสามสาย ครั้นตรัสสอนแล้วได้กลับไปที่ประทับ พระโสณโกฬิวิสะตั้งอยู่ในโอวาทที่พระบรมศาสดาตรัสสอน ปรารภความเพียรแต่พอประมาณ ไม่ยิ่งนัก ไม่หย่อนนัก เจริญวิปัสสนาไม่ช้าไม่นาน ก็ได้บรรลุพระอรหัตผลฯ

เอตทัคคะ

ครั้นต่อมา ท่านเข้าไปเฝ้าสมเด็จพระบรมศาสดากราบทูลว่า พระองค์ผู้เจริญ ภิกษุผู้เป็นพระอรหันต์มีอาสวะสิ้นแล้ว จบพรหมจรรย์แล้ว มีกิจที่จำจะต้องทำได้ทำเสร็จแล้ว มีภาระของหนักอันวางแล้ว มีประโยชน์ของตนได้ถึงแล้ว มีธรรมที่ทำให้ติดอยู่ในภพหมดสิ้นแล้ว รู้ชอบ จึงพ้นแล้วจากอาสวะ ภิกษุผู้อรหันต์นั้น น้อมเข้าไปแล้วในคุณหกสถานคือ น้อมไปแล้วในบรรพชา ในที่สงัด ในความสำรวมไม่เบียดเบียน, ในความไม่ถือมั่น, ในความไม่มีความอยาก และในความไม่หลง พระบรมศาสดาได้ทรงสดับแล้วตรัสสรรเสริญว่า พระโสณโกฬิวิสะพยากรณ์พระอรหันต์กล่าวแต่เนื้อความ ไม่นำตนเข้าไปเทียบ และเพราะท่านได้ปรารภความเพียรด้วยความอุตสาหะอย่างแรงกล้า แต่ครั้งยังไม่ได้บรรลุพระอรหันต์ พระบรมศาสดาจึงตรัสยกย่องว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้ปรารภความเพียรในพระพุทธศาสนา ท่านพระโสณโกฬิวิสะนั้น เมื่อดำรงเบญจขันธ์อยู่โดยสมควรแก่กาลแล้ว ก็ดับขันธปรินิพพานฯ

 

ถาม - ตอบ