พระราชบัญญัติ กฏ ระเบียบ และคำสั่งคณะสงฆ์

ระเบียบมหาเถรสมาคม
ว่าด้วยการตั้งหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล
พ.ศ. ๒๕๔๖
************************

       อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕  ตรี   แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕  แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับ
ที่ ๒)  พ.ศ. ๒๕๓๕ มหาเถรสมาคมวางระเบียบมหาเถรสมาคมไว้  ดังต่อไปนี้
            ข้อ ๑ ระเบียบมหาเถรสมาคมนี้ เรียกว่า "ระเบียบมหาเถรสมาคมว่าด้วยการตั้งหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล พ.ศ. ๒๕๔๖"
           ข้อ ๒ ระเบียบมหาเถรสมาคมนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในแถลงการณ์คณะสงฆ์  เป็นต้นไป
           ข้อ ๓  ตั้งแต่วันใช้ระเบียบนี้  ให้ยกเลิกระเบียบมหาเถรสมาคมว่าด้วยการตั้งหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล พ.ศ. ๒๕๑๘
     ให้บรรดาหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล  ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นตามระเบียบมหาเถรสมาคมว่าด้วยการตั้งหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล 
พ.ศ. ๒๕๑๘  ให้คงเป็นหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลตามระเบียบมหาเถรสมาคมนี้
            ข้อ ๔ ในระเบียบมหาเถรสมาคมนี้ "หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล" หมายถึง หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลแห่งราชอาณาจักรซึ่งมีวัดตั้งอยู่
           หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและสร้างสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์แก่ประชาชนตามหัวข้ออบรม ดังนี้
                    (๑) ศีลธรรมและวัฒนธรรม
                    (๒) สุขภาพอนามัย
                    (๓) สัมมาชีพ
                    (๔) สันติสุข
                    (๕) ศึกษาสงเคราะห์
                    (๖) สาธารณสงเคราะห์
                    (๗) กตัญญูกตเวทิตาธรรม
                    (๘) สามัคคีธรรม

  ข้อ ๕ หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล ประกอบด้วย กรรมการ  ดังต่อไปนี้
          (๑) กรรมการโดยตำแหน่ง
     ก. ประธานกรรมการ ได้แก่ เจ้าอาวาส แห่งวัดที่ตั้งหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลนั้น
  ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ถ้ามีรองประธานกรรมการฝ่ายบรรพชิตรูปเดียว ให้ประธานกรรมการมอบหมาย
ให้รองประธานกรรมการฝ่ายบรรพชิตรูปนั้น ปฏิบัติหน้าที่แทนถ้ามีรองประธานกรรมการฝ่ายบรรพชิตหลายรูป ให้ประธานกรรมการ
มอบหมาย ให้รองประธานกรรมการฝ่ายบรรพชิตรูปใดรูปหนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทน ถ้าประธานกรรมการมิได้มอบหมายให้ รองประธาน
กรรมการฝ่ายบรรพชิตเลือกกันเองขึ้น ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานกรรมการเว้นแต่ในกรณีที่มีรองประธานกรรมการฝ่ายบรรพชิตรูปเดียวให้รอง
ประธานกรรมการฝ่ายบรรพชิตรูปนั้นปฏิบัติหน้าที่แทน
           ข. รองประธานกรรมการฝ่ายบรรพชิต ได้แก่ เจ้าอาวาสวัดอื่นทุกวัดในตำบลนั้น เว้นแต่ในกรณีที่เจ้าอาวาสอื่นนั้นดำรงตำแหน่งตั้งแต่เจ้าคณะตำบลขึ้นไปให้มอบหมายแก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งในวัดของตนเป็นรองประธานกรรมการในฐานะเจ้าอาวาสด้วย
   ถ้าในตำบลนั้นมีวัดตั้งหน่วยอบรมเพียงวัดเดียวให้เจ้าอาวาสเลือกพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่งในวัดนั้นเป็นรองประธานกรรมการ
  ถ้าเจ้าคณะตำบลในตำบลนั้น มิได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดที่ตั้งหน่วยอบรมประชาชน หรืออยู่ที่วัดอื่นให้เจ้าคณะตำบลเข้าร่วม
ประชุมในฐานะที่ปรึกษา
          ค. รองประธานกรรมการฝ่ายคฤหัสถ์ ได้แก่ กำนันในตำบลนั้น  ประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล
ในตำบลนั้น  ถ้าตำบลนั้นอยู่ในเขตเทศบาลให้มีผู้แทนเทศบาล เป็นรองประธานฝ่ายคฤหัสถ์
          ง. กรรมการ ได้แก่ ผู้ใหญ่บ้าน กรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล  และแพทย์ประจำตำบลในตำบลนั้น 
  กรรมการโดยตำแหน่งให้เจ้าคณะอำเภอเป็นผู้แจ้งให้ทราบ
      (๒) กรรมการโดยแต่งตั้ง   ได้แก่กรรมการซึ่งที่ประชุมกรรมการโดยตำแหน่งคัดเลือกจากคฤหัสถ์ ซึ่งเป็นทายกทายิกา
ครูโรงเรียน ผู้ทรงคุณวุฒิ ในตำบลนั้น มีจำนวนไม่ต่ำกว่าห้าคน และไม่เกินเก้าคน เสนอเจ้าคณะอำเภอเพื่อแต่งตั้ง
  ให้คณะกรรมการดังกล่าวข้างต้น แต่งตั้งเลขานุการขึ้นรูปหนึ่งเพื่อทำหน้าที่การ  เลขานุการ  และถ้าเป็นการสมควรจะแต่งตั้งบรรพชิต
หรือคฤหัสถ์เป็นผู้ช่วยเลขานุการ  ก็ได้
     ข้อ ๖  กรรมการซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามความในข้อ ๔ (๒) พ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
                    (๑) ตาย
                    (๒) ลาออก
                    (๓) ดำรงตำแหน่งครบ ๔ ปี
            กรรมการผู้พ้นจากตำแหน่งตามความใน (๓) ข้างต้น อาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้
              ข้อ ๗  การประชุมคณะกรรมการตามความในข้อ ๕ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด
จึงเป็นองค์ประชุม
   การลงมติข้อปรึกษาในที่ประชุมคณะกรรมการตามความในวรรคต้น ให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณถ้ามีเสียงเท่ากันให้ประธาน
ที่ประชุมสั่งระงับเรื่องนั้นไว้ก่อน การประชุมโดยปกติของคณะกรรมการดังกล่าวข้างต้น ให้คณะกรรมการกำหนดขึ้นตามที่เห็นสมควร ส่วนการประชุมพิเศษจะให้มีขึ้นเป็นครั้งคราวตามความจำเป็นก็ได้
            ข้อ ๘ คณะกรรมการหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล เรียกชื่อย่อว่า "คณะกรรมการ  อ.ป.ต." มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
   (๑)  จัดการอบรมประชาชน ตามวัตถุประสงค์และวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบมหาเถรสมาคมนี้  และตามแนวการอบรมซึ่ง
คณะกรรมการอบรมประชาชนกลาง จะได้กำหนดขึ้น  โดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม
                 (๒) ปฏิบัติการช่วยเหลือเกื้อกูลประชาชนในตำบลนั้น ตามกำลังและความสามารถ
(๓)   แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน และฝ่ายธุรการอื่น ๆกำหนดวิธีปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการและเป็นการสมควรจะ
แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นเพื่อมอบหมายให้พิจารณาหรือดำเนินการใด ๆ ก็ได้
                 (๔) จัดการดูแล รักษาทรัพย์สินของหน่วยอบรมให้เป็นไปด้วยดี
                 (๕) เสนอความเห็น หรือข้อขัดข้องต่อคณะกรรมการอำนวยการอบรม และปฏิบัติการตามคำแนะนำชี้แจงของคณะกรรมการ
อำนวยการหรือผู้อำนวยการอบรมแล้วแต่กรณี
(๖) ติดต่อประสานงาน และขอความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมือง เพื่อให้การอบรมประชาชนดำเนินไปโดยสะดวกและเรียบร้อย
                 (๗) เสนอรายการกิจการที่ได้ดำเนินการไปแล้วในรอบปี ต่อคณะกรรมการอำนวยการและผู้อำนวยการอบรมตามลำดับจนถึง
คณะกรรมการอำนวยการอบรมประชาชนกลาง
  นอกจากกรณี ดังกล่าวข้างต้น ให้มีหน้าที่จัดตั้งห้องสมุดและเภสัชทานสถานประจำตำบลอีกส่วนหนึ่ง ตามวิธีการที่จะได้กำหนดขึ้น
            ข้อ ๙   การประชุมอบรมประชาชนตามวัตถุประสงค์ในข้อ ๔ จะดำเนินการโดยวิธีใดวิธีหนึ่งก็ได้ ตามสมควรแก่กรณี คือ
                     (๑) การอบรมทั่วไป ได้แก่ การประชุมประชาชนทั่วไปในตำบลนั้นโดยเชิญวิทยากรมาอธิบายชี้แจงแนะนำในทางวิชาการ และ
การปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ข้อใดข้อหนึ่งของหน่วยอบรม
                  (๒) การอบรมเฉพาะกรณี ได้แก่ การประชุมประชาชนเพียงบางส่วน เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นแก่ประชาชนส่วนนั้น ๆ
โดยวิธีการชี้แจงแนะนำซ้อมความเข้าใจในเรื่องนั้น ๆ
                     (๓) การอบรมเฉพาะบุคคล ได้แก่ การจัดให้บุคคลมาพบปะสังสรรค์ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือชี้แจงแนะนำซ้อม
ความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับบุคคลนั้น
  การประชุมอบรมตามวิธีใน (๑)  โดยปกติให้มีการประชุมเดือนละ๑ ครั้ง ในกรณีจำเป็นคณะกรรมการจะงดการประชุม หรือจะจัดให้มี
การประชุมพิเศษก็ได้ 
  ส่วนการประชุมอบรมตามวิธีการในข้อ (๒) และ (๓) ให้ดำเนินการตามสมควรแก่กรณีที่เกิดขึ้น
            ข้อ ๑๐ หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล อยู่ในความอำนวยการของคณะกรรมการอำนวยการและผู้อำนวยการ ตามลำดับดังนี้
                  (๑) คณะกรรมการอำนวยการอบรมประชาชนประจำอำเภอ เรียกชื่อย่อว่า"คณะกรรมการ อ.ป.อ." ประกอบด้วย
                ก. กรรมการเจ้าหน้าที่โดยตำแหน่ง ได้แก่ เจ้าคณะอำเภอ เจ้าสังกัดเป็นประธาน  รองเจ้าคณะอำเภอเป็น รองประธาน และ
เจ้าคณะตำบลทุกตำบลในเขตอำเภอนั้น เป็น กรรมการ ในกรณีที่ไม่มีรองเจ้าคณะอำเภอ ให้เจ้าคณะอำเภอเลือกเจ้าคณะตำบลในเขตนั้นเป็นรองประธานกรรมการ
               ข. กรรมการที่ปรึกษา ได้แก่ นายอำเภอที่หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลนั้นตั้งอยู่ และเจ้าหน้าที่ประจำอำเภอนั้นมีจำนวนไม่ต่ำกว่า ๓ คน และไม่เกิน ๕ คน  ตามที่นายอำเภอพิจารณาเลือกให้เข้าร่วมเป็นกรรมการที่ปรึกษา
            (๒) คณะกรรมการอำนวยการอบรมประชาชนประจำจังหวัด
เรียกชื่อย่อว่า " คณะกรรมการ อ.ป.จ." ประกอบด้วย
               ก. กรรมการเจ้าหน้าที่โดยตำแหน่ง ได้แก่ เจ้าคณะจังหวัด เจ้าสังกัดเป็นประธาน รองเจ้าคณะจังหวัด เป็น รองประธาน และ เจ้าคณะอำเภอทุกอำเภอ ในเขตอำเภอนั้น เป็น กรรมการ
    ในกรณีที่ไม่มีรองเจ้าคณะจังหวัด ให้เจ้าคณะจังหวัดเลือกเจ้าคณะอำเภอ ในเขตนั้น เป็นรองประธานกรรมการ
               ข. กรรมการที่ปรึกษา ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด ในเขตที่หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลนั้นตั้งอยู่และเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัดนั้น
มีจำนวนไม่ต่ำกว่า ๓ คน และไม่เกิน ๕ คนตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาเลือกให้เข้าร่วมเป็นกรรมการที่ปรึกษา
            (๓) เจ้าคณะภาคเจ้าสังกัด เป็นผู้อำนวยการอบรมประชาชน
ประจำภาคโดยตำแหน่ง
            (๔) คณะกรรมการอบรมประชาชนกลาง เรียกชื่อย่อว่า " คณะกรรมการ อ.ป.ก. "ประกอบด้วยประธานและรองประธานกรรมการ
ผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน ๕ รูป ตามที่มหาเถรสมาคมจะได้แต่งตั้งขึ้น กับเจ้าคณะใหญ่ทุกหน เป็นกรรมการโดยตำแหน่งนอกจากนี้มหาเถรสมาคมจะได้เชิญผู้แทนกระทรวงทบวง กรม ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของหน่วยอบรมตามที่เห็นสมควร เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วยให้
  คณะกรรมการตาม (๑) (๒) และ (๔) แต่งตั้งเลขานุการขึ้นรูปหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่การเลขานุการ  ถ้าเป็นการสมควรจะแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการ
อีกรูปหนึ่งหรือหลายรูปก็ได้
            ข้อ ๑๑ การประชุมคณะกรรมการตามความในข้อ ๙ (๑๐)และ (๒) ต้องมีคณะกรรมการเจ้าหน้าที่มาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการ  เจ้าหน้าที่ทั้งหมดและต้องมีกรรมการที่ปรึกษามาประชุมไม่น้อยกว่า ๑ คน จึงเป็นองค์ประชุม
  การลงมติข้อปรึกษา ในที่ประชุมคณะกรรมการดังกล่าวในวรรคต้นให้นำความในข้อ ๗ วรรค ๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม   
  การประชุมคณะกรรมการตามความในข้อนี้  ให้คณะกรรมการกำหนดตามควรแก่กรณี
            ข้อ ๑๒ การประชุมและการลงมติ ข้อปรึกษาในที่ประชุมคณะกรรมการ อ.ป.ก. ให้นำความในข้อ ๗ วรรค ๑ และ วรรค ๒ มาใช้บังคับ
โดยอนุโลม
           ข้อ ๑๓ การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ อ.ป.ก. ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามความใน  ข้อ ๑๐ (๔)  ให้นำความในข้อ ๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
            ข้อ ๑๔ คณะกรรมการอำนวยการและผู้อำนวยการการอบรมประชาชน ตามความ ในข้อ ๑๐ แต่ละชั้น มีอำนวยและหน้าที่ดังนี้
                 (๑) ควบคุมและส่งเสริมการอบรมประชาชน ให้เป็นไปตามระเบียบมหาเถรสมาคมนี้
                  (๒) แก้ไขข้อขัดข้องเกี่ยวกับกิจการในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล ให้เป็นไปโดยชอบ
               (๓) ตรวจตราชี้แจง แนะนำเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลให้ปฏิบัติหน้าที่โดยเรียบร้อย
            ข้อ ๑๕ ในอำเภอหนึ่ง เมื่อคณะกรรมการ อ.ป.อ. มีความประสงค์ขอตั้งหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลใด ณ วัดใด ให้รายงานเสนอขอรับ
อนุมัติจากคณะกรรมการ อ.ป.จ. เมื่อได้รับอนุมัติให้ตั้งหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลนั้นและเปิดดำเนินการอบรมครั้งแรกแล้ว ให้หน่วย
อบรมนั้นรายงานโดยลำดับจนถึงคณะกรรมการ อ.ป.ก.
      หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลใด  มีอาณาเขตกว้างขวางหรือมีประชาชนเป็นจำนวนมาก เพื่อสะดวกแก่ประชาชนจะจัดให้มีการอบรมเพิ่มขึ้น ณ วัดใดวัดหนึ่ง หรือสถานที่ใดแห่งหนึ่ง ในเขตตำบลนั้นตามที่คณะกรรมการ อ.ป.ต. เห็นสมควรก็ได้
     ถ้าตำบลใดที่มีวัดตั้งอยู่ เมื่อกำนัน  ประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล  ผู้ใหญ่บ้าน   และกรรมการบริหารองค์การ
บริหารส่วนตำบล   ในเขตตำบลนั้น   ร้องขอต่อหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลใด  คณะกรรมการ อ.ป.ต. จะจัดให้มีการอบรมเพิ่มขึ้น
ณ ตำบลนั้นก็ได้ 
     ในกรณีที่คณะกรรมการ อ.ป.ต. เห็นสมควรย้ายหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลจากวัดหนึ่ง   ไปยังอีกวัดหนึ่งในตำบลเดียวกัน 
ให้รายงานเสนอผ่านคณะกรรมการ อ.ป.อ. จนถึงคณะกรรมการ อ.ป.จ.เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ อ.ป.จ. แล้ว จึงให้ย้ายได้ และให้
คณะกรรมการ อ.ป.จ. รายงานโดยลำดับจนถึงคณะกรรมการ อ.ป.ก.
            ในกรณีที่หน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลล้มเลิกตามมติ มหาเถรสมาคม   บรรดาทรัพย์สินของหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล
นั้น ย่อมตกเป็นสมบัติของวัดที่หน่วยอบรมประชาชนนั้นตั้งอยู่

            ข้อ ๑๖ เงินและพัสดุของหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล อาจได้รับจากผู้มีศรัทธาบริจาค
       การดูแลรักษา และการจัดการเงินและพัสดุของหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล ให้ดำเนินการตามวิธีปฏิบัติที่จะได้กำหนดขึ้น
            ข้อ ๑๗ ในตำบลใดที่ยังไม่ได้ตั้งหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบล ให้เริ่มดำเนินการตั้งหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลตามระเบียบมหาเถรสมาคมนี้  ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นต้นไป และให้ครบทุกตำบลภายในสิ้นปี ๒๕๔๙ เว้นแต่จะมีเหตุขัดข้อง ซึ่งยังไม่สามารถจะจัดตั้งภายในกำหนดดังกล่าวนั้น  ให้คณะกรรมการ อ.ป.อ.รายงานโดยลำดับจนถึงคณะกรรมการ อ.ป.ก.
 

                    ประกาศ ณ วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๖

 


(สมเด็จพระญาณสังวร)
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม