English French German Italian Portuguese Russian Spanish

วันศาสนูปถัมภ์และวันสถาปนาสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ข่าวประชาสัมพันธ์

 

         เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๐.๐๐ น. สมเด็จพระวันรัต แม่กองธรรมสนามหลวง  กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายฐนนท์ศรณ์ เลิศฤทธิ์ศิริกุล กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ ในงานวันศาสนูปถัมภ์และวันสถาปนาสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ..

        โดยมี นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และคณะผู้บริหาร  ข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุม อาคารพิพิธภัณฑ์ทางพระพุทธศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ทั้งนี้ ได้จัดพิธี   มอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์แก่ข้าราชการ พนักงานศาสนการ และผู้บำเพ็ญคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา จำนวน ๕๔ ราย เสร็จแล้วเป็นพิธีทำบุญทักษิณานุประทานอุทิศกุศลแด่บรรดาท่านพุทธศาสนูปถัมภกที่ล่วงลับไปแล้ว และต่อด้วยพิธีทำบุญฉลองวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ครบ ๘ ปี โดยอาราธนาพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์มาเจริญชัยมงคลคาถาขณะประกอบพิธีมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์รับทักษิณานุประทาน เจริญพระพุทธมนต์

        ต่อมา นายอำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม อ่านประกาศเกียรติคุณกถา แด่ท่านพุทธศาสนูปถัมภก โดยสังเขปดังนี้ “พระพุทธศาสนามีหลักคำสอนเป็นสัจธรรมสากล ประกอบด้วย เหตุและผลที่เป็นจริงอยู่เสมอ เป็นศาสนาที่ท้าพิสูจน์และเปิดโอกาสให้ชนทุกชั้น ทุกเพศ ทุกวัย ทุกฐานะ  มาประพฤติปฏิบัติเพื่อประจักษ์เห็นแจ้งด้วยปัญญาของตนได้ทุกยุคทุกสมัย โดยไม่มีการบังคับให้ศรัทธาเชื่อถืออย่างปราศจากเหตุและผล ดังนั้น พระพุทธศาสนาจึงเป็นศาสนาแห่งปัญญา หากใครได้นำหลักธรรมคำสอน    ของพระพุทธองค์มาประพฤติปฏิบัติ ก็จะได้รับผลแห่งการปฏิบัติตามสมควรแก่ฐานะและภาวะของแต่ละบุคคล หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาส่งเสริมให้มนุษยชาติมีอิสรเสรีทางด้านความคิด ทำให้จิตใจสงบเย็น เกิดปัญญา   รู้เห็นด้วยตนเอง มีความรัก สมานฉันท์ สามัคคี มีเมตตาเอื้ออาทร รู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน หลักธรรมคำสอนดังกล่าวสอดคล้องกับอัธยาศัยของคนไทยที่ยึดมั่นในอิสรเสรีภาพมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  ดังนั้น พระพุทธศาสนาจึงเป็นศาสนาที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นับถือมาช้านาน

        พระมหากษัตริย์ของชาติไทยทุกพระองค์ทรงเป็นพุทธมามกะ ทรงทำนุบำรุง ส่งเสริม ยกย่องพระพุทธศาสนา ทรงเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภ์ที่เป็นแบบอย่างให้กับประชาชนในชาติเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท คือ รู้จักเสียสละกำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ และกำลังสติปัญญา ทำนุบำรุง  ส่งเสริมพระพุทธศาสนาในด้านต่างๆด้วยความศรัทธาอย่างเข้มแข็ง พระพุทธศาสนาจึงมีความเจริญรุ่งเรือง ประดิษฐานมั่นคงอยู่บนผืนแผ่นดินไทยตราบจนทุกวันนี้

        พุทธศาสนิกชนที่บำเพ็ญบุญกิจอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา นับได้ว่าทำหน้าที่สนับสนุนส่งเสริมการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา ให้เจริญมั่นคงสถิตสถาพรเป็นหิตานุหิตประโยชน์แก่อนุชนในรุ่นต่อไป ซึ่งบัณฑิตชนทั้งหลายยกย่องท่านผู้มีศรัทธาเสียสละเหล่านี้ว่าเป็นพุทธศาสนูปถัมภกอย่างแท้จริง การรวมพลังช่วยทำนุบำรุงและเชิดชูพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่ยืนนาน เป็นกรณียกุศลกิจที่พุทธศาสนิกชนทุกฝ่ายพึงกระทำร่วมกัน อันจะก่อให้เกิดความเจริญยั่งยืนแห่งพระบวรพุทธศาสนาดังนัยพระพุทธดำรัสที่ตรัสไว้ว่า ตราบใดที่  พุทธบริษัททั้ง ๔ คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ยังศึกษาปฏิบัติธรรมอยู่ ตราบนั้น พระธรรมวินัยคือศาสนาของตถาคตก็จักดำรงอยู่ได้ตลอดไป

        สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาโดยตรง ได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว กับทั้งรำลึกถึงคุณูปการของบรรดาท่านพุทธศาสนูปถัมภกทั้งในอดีตและปัจจุบันเสมอมา จึงได้ร่วมมือร่วมใจจัดงานวันศาสนูปถัมภ์ เพื่อน้อมนำ  บุญกุศลมาเพิ่มพูนบุญราศีเชิดชูเกียรติคุณของท่านเหล่านั้นด้วยความเคารพยิ่ง”

 

 http://www.onab.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=3751:2010-10-05-13-32-58&catid=25:2008-09-16-16-33-35&Itemid=219

แก้ไขล่าสุด (วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2010 เวลา 07:27)

 

ถาม - ตอบ