<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด]]></title>
<link>https://nsn.onab.go.th/th/content/category/index/id/110</link>
<atom:link href="https://nsn.onab.go.th/th/content/category/index/id/110" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[วัดแสงธรรมสุทธาราม]]></title>
<link>https://nsn.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/22226</link>
<guid isPermaLink="false">e145dd9b4c6df98b1087ff7abd717255</guid>
<pubDate>Fri, 22 Apr 2022 09:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วัดแสงธรรมสุทธาราม&nbsp;ตั้งวัดเมื่อพ.ศ. ๒๔๙๘ วัดแสงธรรมสุทธารามชาวบ้านนิยมเรียกว่า&ldquo; วัดแสงธรรม &quot;การสร้างวัดได้ริเริ่มดำเนินการ ตั้งแต่พ.ศ. ๒๔๙๖ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาพ.ศ. ๒๕๒๑ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๒๐ เมตรยาว ๔๐ เมตร การศึกษา&nbsp;มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี&nbsp;เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๗&nbsp;</p>

<p>สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ ๒๓ ไร่ ๑ งาน ๔๗ ตารางวา</p>

<p><b>อาณาเขต</b></p>

<ul>
	<li>ทิศเหนือ:&nbsp;จดถนนสาธารณะ</li>
	<li>ทิศใต้:&nbsp;จดที่ดินเอกชน</li>
	<li>ทิศตะวันออก:&nbsp;จดที่ดินเอกชน</li>
	<li>ทิศตะวันตก:&nbsp;จดที่ดินเอกชน</li>
</ul>

<p>ที่อยู่ ตำบลชุมแสง อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์<br />
โทรศัพท์&nbsp;๐ ๕๖๒๘ ๒๒๒๗</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nsn.onab.go.th/th/file/get/file/20220422152be2882c50d048214447b522b123fa091131.jpg' type='image/jpg' length='1877730' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดโพธาราม พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://nsn.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/646</link>
<guid isPermaLink="false">e734d95ff869db47455b1b414338eb42</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ประวัติวัดโพธาราม&nbsp;</p>

<p>สภาพฐานะและที่ตั้งวัด</p>

<p>วัดโพธาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ที่ตลาดปากน้ำโพ ตั้งอยู่เลขที่ ๔๗๔ ถนนโกสีย์ ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ สังกัด มหานิกาย</p>

<p>ที่ดินที่ตั้งวัด มีเนื้อที่ ๑๕ ไร่ ๒ งาน ๖๗ ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๒๑๘๑ ตั้งวัดเมื่อ ไม่ปรากฏ ปี พ.ศ.ที่สร้างวัด ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๕ (ครั้งแรก) และได้รับพระราชทานวิสุคามสีมาใหม่ วันที่ ๒๘ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๘๑ มีเขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อ วันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๐๖</p>

<p>อาณาเขต ทิศเหนือ จดถนนสวรรค์วิถี</p>

<p>ทิศใต้ จดถนนโกสีย์</p>

<p>ทิศตะวันออก จดถนนอรรกวี</p>

<p>ทิศตะวันตก จดถนนจุฬามณี</p>

<p>บริเวณพื้นที่ตั้งวัด เป็นพื้นที่ราบลุ่มท่ามกลางตลาดปากน้ำโพ โดยมีถนนคั่นบริเวณวัดไว้ทั้ง ๔ ด้าน ตรงข้ามฟากถนนเป็นอาคารพาณิชย์ของทางวัดบ้าง ของเอกชนบ้าง ทิวทัศน์ห่างออกด้านหลังวัดเป็นเทือกเขากบ ด้านหน้าวัดเป็นแม่น้ำ ๔ สาย คือ ปิง วัง ยม น่าน ไหลมาบรรจบเป็นต้นทางของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นย่านการค้าทั้งทางบกและทางน้ำ การคมนาคมติดต่อกับทุกภาคของประเทศไทยได้โดยสะดวก</p>

<p>วัดโพธาราม มีเนื้อที่เฉพาะที่เป็นเขตสังฆาวาส ๑๕ ไร่ ๒ งาน ๖๗ วา โฉนดเลขที่ ๒๑๘๑</p>

<p>อาณาเขต ทิศเหนือ จดถนนสวรรค์วิถี</p>

<p>ทิศใต้ จดถนนโกสีย์</p>

<p>ทิศตะวันออก จดถนนอรรกวี</p>

<p>ทิศตะวันตก จดถนนจุฬามณี</p>

<p>ประวัติความเป็นมา</p>

<p>วัดนี้เป็นวัดโบราณ ไม่ปรากฏนามท่านผู้สร้างและไม่ปรากฏปีที่สร้าง ที่ตั้งวัดเดิมอยู่ริมปากแม่น้ำปิง ฝั้งขวา มีต้นมะขาม ๒ ต้น ต้นตะกู ๑ ต้น ศาลาท่าน้ำ ๒ หลัง ทางด้านที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขปัจจุบันนี้ มีต้นมะเดื่อ ๑ ต้น ต่อมาได้ย้ายที่ตั้งบริเวณกุฏิออกมาตั้งด้านหลังดังที่ปรากฏในปัจจุบันนี้ ส่วนที่ธรณีสงฆ์แปลงหลังวัด เดิมเป็นป่าไผ่เป็นบริเวณเผาอัฐิของนางเอม เรียกกันว่า ยายเอม เผาอัฐิ</p>

<p>พระอุโบสถหลังเดิม ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๕ สมัยพระสมุห์อิ่ม เป็นเจ้าอาวาส และหมื่นนรา เป็นทายก นับตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๓๕ ถึง พ.ศ.๒๔๘๑ เป็นเวลา ๔๖ ปี พระอุโบสถหลังใหม่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๑ และผูกพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๒ สมัยพระครูสวรรค์นคราจารย์</p>

<p>(ช่วง ติสฺสเถโร) เป็นเจ้าอาวาส โดยมีสมเด็จพระวันรัต (เขมจารี) เจ้าคณะมลฑลอยุธยา วัดมหาธาตุ พระนคร</p>

<p>เป็นประธานผูกพัทธสีมา มีหลวงปู่สูข วัดปากคลองมขามเฒ่า เป็นประธาน นั่งอธิฐานจิตในงานด้วย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nsn.onab.go.th/th/file/get/file/20210428f080766071e6d87e72345ee581a4b6fb112056.jpg' type='image/jpg' length='96314' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดตากฟ้า พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://nsn.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/647</link>
<guid isPermaLink="false">a8b51e47589b844d7436e4fc0698047c</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://nsn.onab.go.th/cms/s16/u69/วัดสำคัญ/วัดนครสวรรค์/67236399_2294228600626199_142169.jpg" style="width: 500px; height: 333px;" /></p>

<p><b>วัดตากฟ้า</b>&nbsp;เป็นศาสนสถานในพระพุทธศาสนา สังกัดคณะสงฆ์ไทย&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%96%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%97" title="เถรวาท">เถรวาท</a>&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2" title="มหานิกาย">มหานิกาย</a>&nbsp;โดยวัดได้รับการยกให้เป็น<i>พระอารามหลวง</i>&nbsp;ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ 76 หมู่ที่ 1 ตำบลตากฟ้า อำเภอตากฟ้า&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C" title="จังหวัดนครสวรรค์">จังหวัดนครสวรรค์</a>ทั้งยังเป็นสำนักศาสนศึกษาในด้าน<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" title="ปริยัติธรรม">ปริยัติธรรม</a><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B5" title="บาลี">บาลี</a>&nbsp;ที่ผู้เรียนและสถิติผู้สอบได้จำนวนมากในแต่ละปี</p>

<table>
	<tbody>
		<tr>
			<th colspan="2">วัดตากฟ้า</th>
		</tr>
		<tr>
			<td colspan="2"><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2.jpeg"><img alt="หลวงพ่อตากฟ้า.jpeg" data-file-height="720" data-file-width="1080" decoding="async" height="200" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/thumb/2/22/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2.jpeg/300px-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2.jpeg" srcset="//upload.wikimedia.org/wikipedia/th/thumb/2/22/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2.jpeg/450px-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2.jpeg 1.5x, //upload.wikimedia.org/wikipedia/th/thumb/2/22/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2.jpeg/600px-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2.jpeg 2x" width="300" /></a>
			<p>พระประธานในอุโบสถ์</p>
			</td>
		</tr>
		<tr>
			<td colspan="2">
			<p><a href="http://www.wattakfa.com/index/">http://www.wattakfa.com</a></p>
			</td>
		</tr>
		<tr>
			<th scope="row">ชื่อสามัญ</th>
			<td><i>วัดตากฟ้า พระอารามหลวง</i></td>
		</tr>
		<tr>
			<th scope="row">ที่ตั้ง</th>
			<td><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%96%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%99" title="ถนนพหลโยธิน">ถนนพหลโยธิน</a>&nbsp;ตำบลตากฟ้า อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ 60190</td>
		</tr>
		<tr>
			<th scope="row">ประเภท</th>
			<td><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87" title="พระอารามหลวง">พระอารามหลวง</a>&nbsp;ชั้นตรี</td>
		</tr>
		<tr>
			<th scope="row"><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2" title="นิกาย">นิกาย</a></th>
			<td><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%96%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%97" title="เถรวาท">เถรวาท</a></td>
		</tr>
		<tr>
			<th scope="row">เจ้าอาวาส</th>
			<td><i>พระเทพปัญญาภรณ์ (ริด ริตเวที)</i></td>
		</tr>
		<tr>
			<th scope="row">กิจกรรม</th>
			<td>ศาสนสถานในพระพุทธศาสนาที่มีกิจกรรมเชิงพุทธตลอดปี</td>
		</tr>
		<tr>
			<th scope="row">การถ่ายภาพ</th>
			<td>Pramote.jpg&lrm;</td>
		</tr>
		<tr>
			<td colspan="2"><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2:%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2" title="พระพุทธศาสนา"><img alt="พระพุทธศาสนา" data-file-height="800" data-file-width="1200" decoding="async" height="20" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/3/36/Dharmacakra_flag_%28Thailand%29.svg/30px-Dharmacakra_flag_%28Thailand%29.svg.png" srcset="//upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/3/36/Dharmacakra_flag_%28Thailand%29.svg/45px-Dharmacakra_flag_%28Thailand%29.svg.png 1.5x, //upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/3/36/Dharmacakra_flag_%28Thailand%29.svg/60px-Dharmacakra_flag_%28Thailand%29.svg.png 2x" width="30" /></a>&nbsp;<b>ส่วนหนึ่งของ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2:%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2" title="สถานีย่อย:พระพุทธศาสนา">สารานุกรมพระพุทธศาสนา</a></b></td>
		</tr>
	</tbody>
</table>

<h2>ประวัติ</h2>

<p><b>วัดตากฟ้า</b>&nbsp;แต่เดิมได้ตั้งเป็นเพียงที่พักสงฆ์ เมื่อปี พ.ศ. 2498 โดยสมัยนั้นยังสังกัดอยู่กับคณะสงฆ์อำเภอตาคลี ต่อมาได้อาศัยศรัทธาจากชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1" title="กสิกรรม">กสิกรรม</a>เพาะปลูกพืชไร่ได้ร่วมใจกันสร้างเสนาสนะและศาลาเพื่อเอาไว้บำเพ็ญกุศลใน<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2" title="พระพุทธศาสนา">พระพุทธศาสนา</a>และอีกประการหนึ่งบริเวณตลาดตากฟ้าท่านแรก คือ&nbsp;<i>นายบันลือ รัตนมงคล</i>&nbsp;ได้เป็นผู้ดำเนินการเรื่องสถานที่ก่อสร้างวัด เพราะที่ดินบริเวณวัดนั้นเป็นที่ของนิคมสร้างตนเอง พร้อมกันนั้นก็ได้อาศัย<i>ผู้ใหญ่สมจิตร์ พิมพาภรณ์</i>&nbsp;<i>นายสิงห์ สมศรี</i>&nbsp;พร้อมด้วยชาวบ้านตากฟ้า เป็นผู้ดำเนินการสร้างวัด</p>

<p>ทางด้านฝ่ายคณะสงฆ์นั้นก็ได้รับความสนับสนุนจาก&nbsp;<i>พระครูนิพัทธ์ศีลคุณ (ทอง)</i>&nbsp;อดีตเจ้าคณะ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B5" title="อำเภอตาคลี">อำเภอตาคลี</a>&nbsp;และ<i>พระครูนิยมธรรมภาณ (บก)</i>&nbsp;เจ้าคณะตาบลในขณะนั้น ได้ช่วยส่งพระมาเป็นผู้ปกครองสำนักสงฆ์ โดยลำดับ และเพื่อเป็นเกียรติที่พระครูนิยมธรรมภาณได้ให้ความอุปถัมภ์แก่สานักสงฆ์ ชาวบ้านทั่วไปจึงเรียกกันว่า &ldquo;วัดตากฟ้านิยมธรรม&rdquo; โดยเอาชื่อท้ายของราชทินนามของหลวงปู่บก มาต่อสร้อยข้างท้าย และในปี พ.ศ. 2504 คณะกรรมการก็ดำเนินการจึงทำเรื่องขอตั้งเป็นวัด</p>

<p>หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2507&nbsp;<i>พระอาจารย์บุญส่ง</i>&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ดูแลสำนักสงฆ์วัดตากฟ้านิยมธรรมเป็นรูปสุดท้ายก็ได้ลากลับไปจำพรรษาอยู่ ณ วัดสว่างวงษ์ อำเภอตาคลี ตามเดิม ต่อมาในปี พ.ศ. 2508 คณะกรรมการวัดจึงได้ไปขอพระภิกษุที่จะมาเป็นผู้นำจากหลวงพ่อพระครูวิสัยจริยคุณ (โอด) ที่วัดจันเสน อำเภอตาคลี เพื่อมาดูแลสานักสงฆ์ต่อไป ขณะนั้น&nbsp;<i>พระสุรินทร์ จนฺทโชโต</i>&nbsp;(ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณศักดิ์ให้เป็นพระครูนภเขตคณารักษ์) ท่านกำลังมาลาหลวงพ่อพระครูวิสัยจริยคุณ เพื่อจะไปจำพรรษา ณ วัดปากน้ำ&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%87" title="จังหวัดระนอง">จังหวัดระนอง</a>&nbsp;หลวงพ่อพระครูวิสัยจริยคุณ จึงได้ ขอให้ท่านมาจาพรรษาอยู่ที่สำนักสงฆ์วัดตากฟ้านิยมธรรม เพื่อมาเป็นผู้นาในการดูแลรักษาและบำรุงรักษาวัด</p>

<p>ในปี พ.ศ. 2510 กรมการศาสนา&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3" title="กระทรวงศึกษาธิการ">กระทรวงศึกษาธิการ</a>ด้วยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม จึงประกาศตั้งเป็นวัดขึ้นในพระพุทธศาสนา มีนามว่า &ldquo;วัดตากฟ้า&rdquo; เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2510 และต่อมาได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2510</p>

<p>ในปี พ.ศ. 2549&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A_%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%96%E0%B8%9A%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3" title="พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร">พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร</a>&nbsp;มีพระบรมราชานุญาต สถาปนาวัดตากฟ้า เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ เนื่องในมหามงคลวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี</p>

<h2>ลำดับเจ้าอาวาส</h2>

<ul>
	<li>เท่าที่ทราบ</li>
</ul>

<ul>
	<li><i>พระอาจารย์บุญส่ง</i></li>
	<li><i>พระสุรินทร์ จันทโชโต</i></li>
	<li><i>พระเทพปัญญาภรณ์ (ริด ริตเวที&nbsp;</i>&nbsp;(พ.ศ. 2550- ปัจจุบัน)</li>
</ul>

<h2>สำนักเรียนวัดตากฟ้า</h2>

<p>วัดตากฟ้าได้จัดให้มีการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 จนถึงปัจจุบันโดยกฎระเบียบของวัดตั้งไว้ว่า พระภิกษุสามเณรผู้อยู่จำพรรษาจะต้องศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม ทุกรูป ตามกำหนดการเรียนการสอน สำหรับการเปิดเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมนั้น คือวันแรม 9 ค่ำ เดือน 8 เวลาปิดภาคเรียน คือก่อนวัน<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2" title="ออกพรรษา">ออกพรรษา</a>&nbsp;7 วัน ก่อนจะจบภาคเรียนจะต้องทำการทดสอบความรู้ในห้องเรียนทุกชั้น ทุกวิชา</p>

<p>ในส่วนกรณีศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลี ทางวัดตากฟ้าได้เปิดทำการสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 ในสมัยของ<i>พระครูนภเขตคณารักษ์</i>&nbsp;โดยนิมนต์<i>พระมหากาญจน์ กาญจนรังสี (สกุล โควารกูร)</i>&nbsp;ป.ธ. 8 มาเป็นอาจารย์รูปแรกและทำการเปิดสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี มีพระ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B8" title="ภิกษุ">ภิกษุ</a><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%93%E0%B8%A3" title="สามเณร">สามเณร</a>เล่าเรียนศึกษาพอสมควร โดยในปีการศึกษาแรกนั้น พระภิกษุสามเณรสามารถสอบประโยค ป.ธ.3 ได้ยกชั้นเป็นจำนวนถึง 11 รูป และได้ดำเนินการสอนเรื่อยมา โดยมีผู้รับหน้าที่เป็นอาจารย์ใหญ่ต่อมาอีก 2 รูป คือ<i>พระมหาสมชาย อิทธิโช</i>&nbsp;(สกุล เกิดแก้ว) เป็นอาจารย์ใหญ่รูปที่ 2 และ<i>พระมหาทะนงศักดิ์ พรหมรังสี</i>&nbsp;(สกุล พรหมรังสี) เป็นอาจารย์ใหญ่รูปที่ 2</p>

<p>ในปี พ.ศ. 2534 หลวงพ่อพระครูนภเขตคณารักษ์<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%98" title="อาพาธ">อาพาธ</a>&nbsp;จึงทำให้หยุดการเรียนการสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีไปช่วงระยะหนึ่ง</p>

<p>ในปี พ.ศ. 2538&nbsp;<i>พระราชปัญญาเวที</i>&nbsp;ได้เปิดการเรียนการสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยมี<i>พระมหาสุนทร สุนทรเมธี</i>&nbsp;ป.ธ.7, พธ.บ. กศ.ม. ปัจจุบันได้รับพระราชทาน<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%8C" title="สมณศักดิ์">สมณศักดิ์</a>&nbsp;เป็น<i>&nbsp;พระอมรเมธี</i>&nbsp;เป็นอาจารย์ใหญ่สำนักศาสนศึกษาวัดตากฟ้า ปีแรกมีพระภิกษุสามเณรเข้าเรียน 12 รูป สอบได้ประโยค 1 &ndash; 2 จำนวน 1 รูป</p>

<p>ในปี พ.ศ. 2539 สำนักศาสนศึกษาวัดตากฟ้าได้เปิดการเรียนการ พระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา ขึ้นมาอีกหนึ่งแผนก โดยใช้ชื่อว่า<i>โรงเรียนศรีนภเขตวิทยา</i>&nbsp;ทำให้มีพระภิกษุสามเณร ผู้เล่าเรียนศึกษาพระปริยัติธรรมทั้ง 3 แผนก เพิ่มขึ้นเป็นลำดับตลอดมา</p>

<p>ในปี พ.ศ. 2544 วัดตากฟ้า ได้รับแต่งตั้งเป็น โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกบาลี ประจำจังหวัดนครสวรรค์ แห่งที่ 1</p>

<h2>กิจกรรมประจำวัน</h2>

<p>เนื่องจากวัดตากฟ้าได้มีการจัดการเรียนการสอนทั้ง 3 หลักสูตร คือหลักสูตรพระปริยัติธรรมแผนกธรรม &ndash; บาลีและแผนกสามัญศึกษา จึงต้องมีการจัดตารางกิจประจาวัน ดังนี้ กิจประจาวันของผู้เรียนสำนักศาสนศึกษาวัดตากฟ้า</p>

<ul>
	<li>เวลาประมาณ 05.00 &ndash; 05.30 ทำกิจวัตร และทำวัตรเช้า</li>
	<li>เวลาประมาณ 05.30 &ndash; 05.50 ทบทวนไวยากรณ์</li>
	<li>เวลาประมาณ 05.50 &ndash; 06.00 ทำกิจส่วนตัวก่อนออก<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%95" title="บิณฑบาต">บิณฑบาต</a></li>
	<li>เวลาประมาณ 06.00 &ndash; 07.30 ออกบิณฑบาต</li>
	<li>เวลาประมาณ 07.30 &ndash; 08.15 ฉันภัตตาหารเช้า</li>
	<li>เวลาประมาณ 08.15 &ndash; 08.30 ทำกิจส่วนตัวก่อนเข้าห้องเรียน</li>
	<li>เวลาประมาณ 08.30 &ndash; 11.00 เข้าเรียน<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B5" title="ภาษาบาลี">ภาษาบาลี</a></li>
	<li>เวลาประมาณ 11.00 &ndash; 12.00 ฉันภัตตาหารเพล</li>
	<li>เวลาประมาณ 12.00 &ndash; 12.15 ทำกิจส่วนตัวก่อนเข้าห้องเรียน</li>
	<li>เวลาประมาณ 12.15 &ndash; 12.30 สวดมนต์ไหว้พระก่อนเข้าห้องเรียน</li>
	<li>เวลาประมาณ 12.30 &ndash; 18.00 เข้าเรียนสายสามัญ</li>
	<li>เวลาประมาณ 18.00 &ndash; 18.30 ทำวัตรเย็น</li>
	<li>เวลาประมาณ 18.30 &ndash; 19.00 ทำกิจส่วนตัว</li>
	<li>เวลาประมาณ 19.00 &ndash; 20.30 เข้าเรียนภาษาบาลี</li>
	<li>เวลาประมาณ 20.30 &ndash; 21.00 พักผ่อนตามอัธยาศัย</li>
	<li>เวลาประมาณ 21.00 &ndash; 23.00 ทบทวนบทเรียน</li>
</ul>

<p>หมายเหตุ&nbsp;: นักธรรมเรียนวันเสาร์และวันอาทิตย์ (ตารางอาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม)</p>

<h2>เกียรติประวัติ</h2>

<ul>
	<li>พ.ศ. 2520 ได้รับเลือกให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง จากกรมศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ</li>
	<li>พ.ศ. 2538 ได้รับเลือกให้เป็นวัดพัฒนาเด่น จากกรมศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ</li>
	<li>พ.ศ. 2540 ได้รับเกียรติบัตรให้เป็นวัดที่มีการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลีดีเด่น ประจำจังหวัดนครสวรรค์</li>
	<li>พ.ศ. 2544 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี ประจำจังหวัดนครสวรรค์ แห่งที่ 1</li>
	<li>พ.ศ. 2544 ได้รับโล่เกียรติคุณจาก ฯพณฯ&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A3_%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C" title="สิริกร มณีรินทร์">สิริกร มณีรินทร์</a>&nbsp;รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะเป็นหน่วยงานที่จัดหรือสนับสนุนการจัดการศึกษานอกโรงเรียนดีเด่น ระดับประเทศ จากกรมการศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ</li>
	<li>พ.ศ. 2545 ได้รับเกียรติบัตร โครงการอบรมบาลีก่อนสอบสนามหลวง คณะสงฆ์ ภาค 4 ที่มีนักเรียนผ่านการสอบตามหลักสูตร การอบรมระยะสั้นของคณะสงฆ์ภาค 4 เป็นอันดับที่ 1 ของภาค</li>
	<li>พ.ศ. 2545 กรมศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบโล่ให้วัดตากฟ้า เป็นศูนย์ศึกษาพุทธศาสนาวันอาทิตย์ดีเด่น</li>
	<li>พ.ศ. 2547 มูลนิธิ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2" title="ธรรมกาย">ธรรมกาย</a>&nbsp;มอบโล่ห์ดีเด่นและทุนการศึกษา ในฐานะเป็น สำนักเรียนบาลีประจำจังหวัดที่มีนักเรียนสอบบาลีได้มากที่สุดในประเทศ</li>
	<li>พ.ศ. 2548 มูลนิธิธรรมกาย มอบโล่ห์ดีเด่นและทุนการศึกษา ในฐานะที่มีนักเรียน ป.ธ.6 สอบได้มากที่สุดในประเทศ</li>
	<li>พ.ศ. 2548 มูลนิธิธรรมกาย มอบโล่ห์ดีเด่นและทุนการศึกษา ในฐานะเป็นสานักเรียนบาลีประจำจังหวัดที่มีนักเรียนสอบบาลีได้มากที่สุดในประเทศ</li>
	<li>พ.ศ. 2548 กระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศให้วัดตากฟ้า เป็นวัดส่งเสริมสุขภาพ</li>
	<li>พ.ศ. 2548-2549 ได้รับทุนพระราชทานเล่าเรียนหลวงในฐานะมีนักเรียนสอบบาลี ได้เป็นอันดับที่ 1 ของ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B7%E0%B8%AD" title="ภาคเหนือ">ภาคเหนือ</a></li>
	<li>พ.ศ. 2549 ได้รับเกียรติบัตรจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีผลการสอบบาลีได้เป็นอันดับ 1 ของภาคเหนือ</li>
	<li>พ.ศ. 2549&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B5" title="สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี">สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี</a>&nbsp;ได้เสด็จทอดพระเนตรการศึกษาพระปริยัติธรรมของพระภิกษุสามเณรวัดตากฟ้า และได้รับพระราชทานชื่อกองทุน&nbsp;<i>&ldquo;รัตนภัตต์</i>&nbsp;เพื่อเป็นค่าภัตตาหารของพระภิกษุ &ndash; สามเณร</li>
	<li>พ.ศ. 2546 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชานุญาตยกฐานะวัดตากฟ้า เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ</li>
	<li>พ.ศ. 2550 ได้รับโล่จากสานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีผลสอบบาลีได้เป็นอันดับที่ 1 ของภาคเหนือ</li>
	<li>พ.ศ. 2551 ได้รับถ้วยรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 การแข่งขัน<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9F%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A5" title="ฟุตบอล">ฟุตบอล</a>มวลชนอำเภอตากฟ้าคัพ ครั้งที่ 4 ประจำปี 2551</li>
	<li>พ.ศ. 2551 ได้รับถ้วยรางวัลชนะเลิศเซปัก<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD" title="ตะกร้อ">ตะกร้อ</a>ชาย โครงการมหกรรมกีฬา มวลชนตากฟ้าต้านยาเสพติด ประจำปี 2551</li>
	<li>พ.ศ. 2551 ได้รับถ้วยรางวัลชนะเลิศ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%87" title="เปตอง">เปตอง</a>&nbsp;โครงการมหกรรมกีฬามวลชนตากฟ้าต้านยาเสพติด ประจำปี 2551</li>
</ul>

<h2>กองทุนรัตนภัตต์ วัดตากฟ้า</h2>

<p>ประวัติความเป็นมาของกองทุนรัตนภัตต์ (วัดตากฟ้า พระอารามหลวง)</p>

<p>เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร การจัดการศึกษา ณ สำนักศาสนศึกษาวัดตากฟ้า โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี ประจำจังหวัดนครสวรรค์ แห่งที่ 1 ทรงพระมหากรุณา พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อถวายเป็นค่าภัตตาหารพระภิกษุสามเณร วัดตากฟ้า จำนวน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)</p>

<p>วัดตากฟ้า จึงได้อัญเชิญตั้งเป็นกองทุนภัตตาหารพระภิกษุสามเณรวัดตากฟ้า และได้นำความกราบบังคมทูลให้ทรงทราบ ต่อมาในวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2549 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระราชทานชื่อกองทุนว่า &quot;กองทุนรัตนภัตต์&quot; ซึ่งมีความหมายว่า &quot;อาหารอันมีค่าดุจแก้ว&quot; นับเป็นพระมหากรุณาแก่พระภิกษุสามเณรวัดตากฟ้า และชาวอำเภอตากฟ้าอย่างที่สุด</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nsn.onab.go.th/th/file/get/file/20210428ff756795717a9d4dba153387ec0acd12093051.jpg' type='image/jpg' length='328681' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดนครสวรรค์ พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://nsn.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/648</link>
<guid isPermaLink="false">a1c2fe5565b5853ddaea85044918445c</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://nsn.onab.go.th/cms/s16/u69/วัดสำคัญ/วัดนครสวรรค์/20171220c4ca4238a0b923820dcc509a - Copy 1.jpg" style="width: 584px; height: 374px;" /></p>

<p><b>วัดนครสวรรค์</b>&nbsp;เดิมมีนามว่า &ldquo;วัดหัวเมือง&rdquo; เพราะตั้งอยู่ตอนต้นของตัวเมืองก่อนจะเข้าถึงตัวเมืองจะต้องผ่านวัดนี้ก่อน สร้างขึ้นในราว พ.ศ.1972 โดยประมาณ เดิมหน้าวัดอยู่ทางริมแม่น้ำเจ้าพระยามีต้นโพธิ์และพระปรางค์มองเห็นเด่นชัดสำหรับผู้สัญจรทางน้ำ ต่อมาสายน้ำได้เปลี่ยนทิศทางห่างออกไปจากวัดประมาณ 100 เมตร เป็นวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา มาแต่เดิม ประมาณ พ.ศ.1972</p>

<p>วัดนครสวรรค์ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ 702 ถนนโกสีย์ ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 22 ไร่ 1 งาน 35 ตารางวา อาณาเขตเฉพาะส่วนที่เป็นเขตพุทธาวาส ทิศเหนือยาว 67 วา ติดต่อกับถนนเทพสิทธิชัย ทิศใต้ยาว 67 วา ติดต่อกับถนนลูกเสือ ทิศตะวันออกยาว 76 วา ติดต่อกับถนนโกสีย์ ทิศตะวันตกยาว 80 วา ติดต่อกับถนนสวรรค์วิถี ซึ่งเป็นถนนผ่ากลางที่ดินตั้งวัด มีโฉนดที่ดินเลขที่ 9943, 9639 และมีที่ธรณีสงฆ์จำนวน 5 แปลง เนื้อที่ 118 ไร่ 99 ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ 11253, 22673, 1041, 111 และ น.ส. 3 สารบบหน้า 38 เล่ม 1 ที่ธรณีสงฆ์นี้ตั้งอยู่ตำบลปากน้ำโพ 2 แปลง ตำบลบางม่วง 1 แปลง ตำบลศาลาแดง อำเภอโกรกพระ 1 แปลง และตำบลเนินมะกอก อำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ 1 แปลง</p>

<p>พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบ มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู มีกำแพงโดยรอบทั้ง 4 ด้าน และมีประตูเข้าออกได้สะดวกทั้ง 4 ด้าน เช่นกัน ที่ดินตั้งวัดนี้ได้ถูกถนนสวรรค์วิถีตัดผ่านแบ่งเนื้อที่ออกเป็น 2 แปลงเป็นเขตสังฆาวาส และเขตพุทธาวาสในส่วนที่อยู่ทางด้านทิศตะวันออกซึ่งมีเนื้อที่ 13 ไร่ 25 ตารางวา อีกแปลงหนึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกใช้เป็นเขตฌาปนสถาน มีเนื้อที่ 9 ไร่ 1 งาน 11 ตารางวา ภายในบริเวณวัดมีถนนติดต่อระหว่างอาคารเสนาสนะต่าง ๆ ถึงกันหมด</p>

<p>อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มีพระอุโบสถกว้าง 12 เมตร ยาว 26 เมตร บูรณะ พ.ศ. 2515 ศาลาการเปรียญกว้างยาวด้านละ 34 เมตร เป็นอาคารคอนกรีต 2 ชั้น สร้าง พ.ศ. 2526 กฎิสงฆ์ จำนวน 15 หลัง เป็นอาคารคอนกรีต 9 หลัง อาคารไม้สัก 2 ชั้น 1 หลัง ห้องสมุดจตุรมุขกว้าง 11 เมตร ยาว 12 เมตร อาคารคอนกรีต หอระฆังจตุรมุขสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง อาคารเรียนพระปริยัติธรรมกว้าง 24.50 เมตร ยาว 28.50 เมตร เป็นอาคารคอนกรีต 2 ชั้น มีมุขหน้าและหลัง พระวิหารสร้างด้วยอิฐโบราณแผ่นใหญ่ บูรณะ พ.ศ. 2527 อาคารสำนักงานมูลนิธิการกุศล 1 หลัง ศาลาบำเพ็ญกุศล 8 หลัง และฌาปนสถานแบบเตาอบคอนกรีตเสริมเหล็ก</p>

<h2>ปูชนียวัตถุ</h2>

<p><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C_4.jpeg"><img alt="วัดนครสวรรค์ 4.jpeg" data-file-height="1652" data-file-width="2200" decoding="async" height="188" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/thumb/6/60/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C_4.jpeg/250px-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C_4.jpeg" srcset="//upload.wikimedia.org/wikipedia/th/thumb/6/60/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C_4.jpeg/375px-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C_4.jpeg 1.5x, //upload.wikimedia.org/wikipedia/th/thumb/6/60/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C_4.jpeg/500px-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C_4.jpeg 2x" width="250" /></a></p>

<p>มีพระประธานในพระอุโบสถ ขนาดพระเพลากว้าง 2.50 เมตร สร้างด้วยทองเหลือง มีพระนามเรียกกันว่า &ldquo;หลวงพ่อศรีสวรรค์&rdquo; พระพุทธรูปใหญ่ 2 องค์ในพระวิหาร เรียกว่า &ldquo;พระผู้ให้อภัย&rdquo; พระพุทธรูปอื่นอีก 2 องค์ในพระวิหาร พระพุทธรูปเนื้อสำริดสมัยสุโขทัย ปางมารวิชัย อยู่ที่กุฏิเจ้าอาวาสจำนวน 4 องค์ พระเจดีย์เก่าอยู่ด้านหน้าพระอุโบสถ 3 องค์ พระปรางค์ซึ่งปรักหักพังมีเพียงซากและรากฐานปรากฏอยู่</p>

<p>ทางราชการได้เคยใช้สถานที่วัดนี้ประกอบพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา (มีศิลาจารึกเป็นหลักฐาน) เป็นที่พำนักอยู่จำพรรษาของเจ้าคณะจังหวัด เป็นสถานที่ใช้สอบธรรมและบาลีสนามหลวงตลอดมา เมื่อ พ.ศ. 2203 ชาวบ้านได้พบช้างเผือก 1 เชือก ที่เมืองนครสวรรค์ได้ประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดนี้ แล้วนำถวายสมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่เมืองลพบุรี ซึ่งได้พระราชทานนามว่า &ldquo;เจ้าพระยาบรมคเชนทรฉัททันต์&rdquo; จึงนับว่าเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณกาล</p>

<p>ในราว พ.ศ.2444 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 เมื่อคราวเสด็จทางชลมารคมาทรงเททองหล่อพระพุทธชินราชจำลองที่จังหวัดพิษณุโลก ได้เสด็จฯ มาทรงเยี่ยมและเห็นความสำคัญของวัดนี้ จึงได้โปรดให้ย้ายพระครูสวรรค์วิถีวิสุทธิอุตตมคณาจารย์สังฆปาโมกข์ (หลวงพ่อครุฑ) เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ จากวัดเขา (วัดจอมคีรีนาคพรต) มาพำนักอยู่ประจำที่วัดนี้ ในการย้ายหลวงพ่อครุฑนั้นทางราชการและประชาชนได้ร่วมจัดเป็นการใหญ่มาก มีขบวนแห่แบบเวสสันดร จำนวน 13 ขบวน พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าคำรบผู้บัญชาการทหารสมัยนั้นจัดขบวนส่งท่านด้วย</p>

<p>พ.ศ.2454 สมเด็จพระราชินีพระพันปีหลวง และสมเด็จพระมาตุจฉา เสด็จประพาสมณฑลฝ่ายเหนือ ได้เสด็จมาทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในวันพระราชสมภพ และวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ พร้อมด้วยเจ้านายอีกหลายพระองค์ได้ทรงบริจาคพระราชทรัพย์ เพื่อปฏิสังขรณ์พระอารามนี้ด้วย</p>

<p>พ.ศ.2456 สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชเจ้า เสด็จตรวจการคณะสงฆ์ได้ทรงแวะเยี่ยมหลวงพ่อครุฑด้วย ในฐานะทรงคุ้นเคยเป็นการส่วนพระองค์มาก่อน และในปีต่อมาได้เสด็จมาในงานศพหลวงพ่อครุฑที่วัดนี้อีกครั้งหนึ่ง</p>

<p>พ.ศ.2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ รัชกาลที่ 7 ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สำหรับเป็นทุนสร้างพระอุโบสถหลังปัจจุบัน ซึ่งได้ครอบหลังเดิมไว้พร้อมทั้งได้พระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์เป็นโลหะทองแดงขนาดใหญ่ไว้เป็นอนุสรณ์ในพระอุโบสถด้วย วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2515 สมเด็จพระภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพรรณวดี พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ได้ประทานผ้าพระกฐินมาทอดถวายที่วัดนี้</p>

<p>สมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถระ) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ได้เสด็จมาประทับแรมที่วัดนี้ 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522 และวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2523 ครั้นถึง พ.ศ.2527 ได้มีนายเสน่ห์ วัฒนาธร รองปลัดกระทรวงมหาดไทยได้เสนอเรื่องขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เพื่อสถาปนาวัดนครสวรรค์ เป็นพระอารามหลวงความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้วพระราชทานพระบรมราชานุญาตตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 02047846 ลงวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2528</p>

<p>กระทรวงศึกษาธิการได้ออกประกาศลงวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2528 วัดนครสวรรค์จึงได้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ นับตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2528 เป็นต้นมา</p>

<h2>ลำดับเจ้าอาวาสที่ทราบนามมี 8 รูป</h2>

<ol>
	<li>พระอาจารย์เคลือบ พ.ศ. 2424-2443</li>
	<li>พระครูสวรรค์วิถีสุทธิอุตตมคณาจารย์สังฆปาโมกข์ (ครุฑ) พ.ศ. 2444-2456</li>
	<li>พระครูเขมวิถีสังฆปาโมกข์ (สด) พ.ศ. 2456-2462</li>
	<li>พระใบฎีกาอั้น พ.ศ. 2462-2471</li>
	<li>พระครูนิภาสธรรมคุณ (บุญเกิด จนฺทสาโร ป.ธ.3) พ.ศ. 2471-2508</li>
	<li>พระเทพสิทธินายก (ห้อง ชาติสิริ ป.ธ.6) รักษาการแทนเจ้าอาวาส พ.ศ. 2477-2499</li>
	<li>พระเทพญาณโมลี (ประสิทธิ์ มิตฺตธมฺโม ป.ธ.6) ปกครองระหว่าง พ.ศ. 2499-2508 และได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ. 2508-2539</li>
	<li>พระเทพปริยัติเมธี&nbsp;(สฤษดิ์ สิริธโร ป.ธ.๙ ,รศ.ดร.) 2540 - ปัจจุบัน</li>
</ol>

<p>&nbsp;</p>

<p><span style="font-size:36px;"><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C">ที่มา เว็ปไซต์ คลิก</a></span></p>

<p><img alt="" src="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://nsn.onab.go.th/th/file/get/file/20210420d6d55982bc691c11e2d556bbf4e8af8d140058.JPG' type='image/jpg' length='129743' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดวรนาถบรรพต พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://nsn.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/649</link>
<guid isPermaLink="false">0a7625fb6e505a656247b03c6aac49c2</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<table>
	<tbody>
		<tr>
			<th colspan="2">วัดวรนาถบรรพต พระอารามหลวง</th>
		</tr>
		<tr>
			<td colspan="2"><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Chedi_Wat_Khao_Kob_3.jpg"><img alt="Chedi Wat Khao Kob 3.jpg" data-file-height="3648" data-file-width="2736" decoding="async" height="400" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/1/1f/Chedi_Wat_Khao_Kob_3.jpg/300px-Chedi_Wat_Khao_Kob_3.jpg" srcset="//upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/1/1f/Chedi_Wat_Khao_Kob_3.jpg/450px-Chedi_Wat_Khao_Kob_3.jpg 1.5x, //upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/1/1f/Chedi_Wat_Khao_Kob_3.jpg/600px-Chedi_Wat_Khao_Kob_3.jpg 2x" width="300" /></a>
			<p>เจดีย์สมัยสุโขทัย</p>
			</td>
		</tr>
		<tr>
			<td colspan="2">&nbsp;
			<p>&nbsp;</p>
			</td>
		</tr>
		<tr>
			<th scope="row">ชื่อสามัญ</th>
			<td>วัดวรนาถบรรพต,วัดเขากบ,วัดปากบาง</td>
		</tr>
		<tr>
			<th scope="row">ที่ตั้ง</th>
			<td>เลขที่ ๑๘๘ ถนนธรรมวิถี ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์</td>
		</tr>
		<tr>
			<th scope="row">ประเภท</th>
			<td>พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ</td>
		</tr>
		<tr>
			<th scope="row"><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2" title="นิกาย">นิกาย</a></th>
			<td>มหานิกาย</td>
		</tr>
		<tr>
			<th scope="row">เจ้าอาวาส</th>
			<td>พระราชรัตนเวที รองเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์</td>
		</tr>
		<tr>
			<th scope="row">เวลาทำการ</th>
			<td>เวลาเปิดปิด เช่น ทุกวัน 8.00-17.00</td>
		</tr>
		<tr>
			<th scope="row">จุดสนใจ</th>
			<td>รอยพระพุทธบาทจำลองบนยอดเขากบ,เจดีย์บรรจุพระบรมธาตุทรงสุโขทัย,</td>
		</tr>
		<tr>
			<td colspan="2"><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2:%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2" title="พระพุทธศาสนา"><img alt="พระพุทธศาสนา" data-file-height="800" data-file-width="1200" decoding="async" height="20" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/3/36/Dharmacakra_flag_%28Thailand%29.svg/30px-Dharmacakra_flag_%28Thailand%29.svg.png" srcset="//upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/3/36/Dharmacakra_flag_%28Thailand%29.svg/45px-Dharmacakra_flag_%28Thailand%29.svg.png 1.5x, //upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/3/36/Dharmacakra_flag_%28Thailand%29.svg/60px-Dharmacakra_flag_%28Thailand%29.svg.png 2x" width="30" /></a>&nbsp;<b>ส่วนหนึ่งของ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2:%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2" title="สถานีย่อย:พระพุทธศาสนา">สารานุกรมพระพุทธศาสนา</a></b></td>
		</tr>
	</tbody>
</table>

<h2>&nbsp;</h2>

<h2>ประวัติ</h2>

<p>วัดวรนาถบรรพตตั้งเมื่อพ.ศ. 1962 ในสมัยสุโขทัยผู้สร้างคือพญาบาลเมือง สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่พญารามผู้น้อง ซึ่งได้สิ้นพระชนม์ในระหว่างทำศึกสงครามหัวเมืองฝ่ายใต้ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ปรากฏในศิลาจารึก2หลัก ซึ่งทางกรมศิลปากรได้ไปจากยอดเขาใกล้กับรอยพระพุทธบาทจำลองและได้จากเมืองนครชุมจังหวัดกำแพงเพชรซึ่งกล่าวถึงพระเจ้าลิไทกษัตริย์สุโขทัยองค์ที่5 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้นำพระพุทธบาทจำลองจากลังกาซึ่งส่งมาให้เป็นบรรณาการนำไปประดิษฐานไว้บนยอดเขากบ ดังปรากฏในปัจจุบัน</p>

<p><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A2" title="สมัยสุโขทัย">สมัยสุโขทัย</a>&nbsp;สร้าง รอยพระพุทธบาทจำลอง เจดีย์ใหญ่ ภายในเจดีย์บรรจุ<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8" title="พระบรมสารีริกธาตุ">พระบรมสารีริกธาตุ</a>&nbsp;พระพุทธรูปหิน<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%81" title="ปางนาคปรก">ปางนาคปรก</a>&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%99" title="เชียงแสน">สมัยเชียงแสน</a>&nbsp;พระพุทธไสยาสน์ ยาว 10 วาเศษ อุโบสถหลวงพ่อทอง</p>

<p><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E.%E0%B8%A8._2464" title="พ.ศ. 2464">พ.ศ. 2464</a>&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%98%E0%B8%AD_%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3_%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E" title="สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ">สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ</a>&nbsp;ได้ค้นพบวัดวรนาถบรรพต</p>

<p><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87" title="พระยาบาลเมือง">พระยาบาลเมือง</a>&nbsp;สร้างวัดเขากบ มีเจดีย์ วิหาร ขุดตระพัง ปลูกบัวนานาพรรณเพื่อเป็นพุทธบูชา ปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ในรามอาวาส สร้างพุทธปฏิมา เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1" title="พระยาราม">พระยาราม</a>ผู้เป็นน้อง ซึ่งมาสิ้นพระชนม์ลง ณ&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87" title="เมืองพระบาง">เมืองพระบาง</a>(ปัจจุบันคือ&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C" title="จังหวัดนครสวรรค์">จังหวัดนครสวรรค์</a>)</p>

<p>ไม่เพียงได้รับยกย่องจากกรมการศาสนา และมหาเถรสมาคมให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างในปี พ.ศ. 2509 เท่านั้น หากวัดแห่งนี้ยังมีความเก่าแก่และทรงคุณค่าอย่างยิ่งของจังหวัดนครสวรรค์ ตัววัดตั้งอยู่บนยอดเขาและเชิงเขากบที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 185.50 เมตร จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สันนิษฐานว่าวัดนี้น่าจะสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1962 ในสมัยสุโขทัย โดยพญาบาลเมืองที่ได้สร้างเจดีย์ วิหาร ขุดตระพังเพื่อปลูกบัวถวายเป็นพุทธบูชา ปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ในรามอาวาสเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่พระยารามผู้เป็นน้องที่ได้สิ้นพระชนม์ระหว่างทำศึกกับหัวเมืองฝ่ายใต้ ณ เมืองพระบางซึ่งปัจจุบันคือนครสวรรค์นั่นเอง ทั้งนี้การเดินทางขึ้นสู่วัด สามารถเดินขึ้นบันได จำนวน 437 ขั้น หรือใครที่ไม่อยากเหนื่อย สามารถนำรถขึ้นไปถึงได้โดยมีถนนลาดยางขึ้นสู่ยอดเขา</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nsn.onab.go.th/th/file/get/file/202104281a1c152905f71ceb6f0e85cacfb32a2d095116.jpg' type='image/jpg' length='171412' />
</item>
</channel>
</rss>
